กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้จัดการประชุมการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียตามกระบวนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอนสิ่งติดตั้งในกิจการปิโตรเลียม เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๙ ณ ห้องคาริเบี้ยน ๑ – ๓ โรงแรมเดอะไทด์ รีสอร์ท จังหวัดชลบุรี

กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน นำคณะโดยท่านรองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาตินายสุริยันต์ อภิรักษ์สัตยากุล ได้จัดการประชุมการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียตามกระบวนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอนสิ่งติดตั้งในกิจการปิโตรเลียม เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๙  ณ ห้องคาริเบี้ยน ๑ – ๓ โรงแรมเดอะไทด์ รีสอร์ท
จังหวัดชลบุรี โดยมีนายชายชาญ เอี่ยมเจริญรองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุม 
ทั้งนี้การประชุมจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลด้านกฎหมายและข้อกำหนดในการรื้อถอนสิ่งติดตั้งในการประกอบกิจการปิโตรเลียม กระบวนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม แผนงานกิจกรรมการรื้อถอน และข้อมูลด้านวิชาการเกี่ยวกับทางเลือกวิธีการรื้อถอนและเทคโนโลยีในการรื้อถอน
เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในการประกอบกิจการปิโตรเลียม โดยสิ่งติดตั้งที่ใช้ในกิจการปิโตรเลียม ซึ่งประกอบไปด้วย แท่นหลุมผลิต แท่นที่พักอาศัย แท่นผลิตกลาง แท่นอุปกรณ์เพิ่มแรงดัน เรือกักเก็บปิโตรเลียม ท่อส่งปิโตรเลียมใต้ทะเล
ซึ่งเป็นการดำเนินงานตามข้อกำหนดของกฎกระทรวงกำหนดแผนงาน ประมาณการค่าใช้จ่ายและหลักประกันในการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในกิจการปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๕๙ (ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ที่ผ่านมา) ออกตามความในมาตรา ๘๐/๑ และ ๘๐/๒ แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๐ 
ทั้งนี้ในการประกอบกิจการปิโตรเลียมเมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติงาน ไม่ว่าจะเป็นการสิ้นสุดระยะเวลาผลิต หรือหมดอายุใช้งานสิ่งติดตั้ง หรือปริมาณสำรองปิโตรเลียมเหลือน้อยจนไม่สามารถผลิตได้คุ้มค่าเชิงพาณิชย์
บริษัทหรือหน่วยงานที่ดำเนินการจะต้องดำเนินการจัดการกับสิ่งติดตั้งที่ใช้ในการประกอบกิจการปิโตรเลียมในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวอย่างถูกต้องเหมาะสม เป็นไปตามหลักเทคนิคการปฏิบัติงานที่ดี มีมาตรการด้านความปลอดภัยและป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นไปตามข้อกฎหมายทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ
ที่สำคัญสิ่งติดตั้งดังกล่าวต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ประโยชน์ในพื้นที่เพื่อการอื่นๆ ต่อไปเมื่อสิ้นสุดการใช้งานในการประกอบกิจการปิโตรเลียม จากการที่ประเทศไทยมีการประกอบกิจการปิโตรเลียมเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๔ จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า ๔๐ ปี
จึงมีสิ่งติดตั้งที่ใช้ในกิจการปิโตรเลียมที่ต้องเตรียมการจัดการเมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน หรือสิ้นสุดอายุสัมปทาน โดยข้อมูล ณ สิ้นปี ๒๕๕๘ มีแท่นประกอบการผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทยกว่า ๔๐๐ แท่น ดังนั้นกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติในฐานะหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแลการประกอบกิจการปิโตรเลียม
เตรียมความพร้อมรองรับการดำเนินการกำกับดูแลการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในกิจการปิโตรเลียมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีแนวทางกำกับดูแลการรื้อถอนที่ชัดเจน สามารถปฏิบัติได้จริง และมีกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย โดยที่การรื้อถอนที่จะเกิดขึ้นจะไม่ได้ทำพร้อมกันทั้ง ๔๐๐
แท่นแต่จะค่อย ๆ ทยอยทำไป โดยคาดว่าจะเริ่มมีการรื้อถอนครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นต้นไป 
โดยกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติมีแผนที่จะจัดการประชุมให้ข้อมูลความรู้กับผู้มีส่วนได้เสียพร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นให้ครอบคลุมพื้นที่ ๘ จังหวัดรอบอ่าวไทย ได้แก่ สมุทรสงคราม ชลบุรี ระยอง สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร และประจวบคีรีขันธ์ โดยได้จัดการประชุมครั้งแรกที่กรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ที่ผ่านมา 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *